วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ประวัติราชบุรี

ราชบุรี ดินแดนวัฒนธรรมลุ่มน้ำแม่กลองและสายหมอกแห่งขุนเขาตะนาวศรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางด้านตะวันตกที่มีภูมิประเทศหลากหลาย จากพื้นที่ที่ราบต่ำ ลุ่มแม่น้ำแม่กลองอันอุดม แหล่งเพาะปลูกพืชผักผลไม้เศรษฐกิจนานาชนิด สู่พื้นที่สูงทิวเทือกเขาตะนาวศรีทอดตัวยาวทางทิศตะวันตกจรดชายแดนไทย-พม่า
จากตำนานและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า ราชบุรีเป็นหัวเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมากแห่งหนึ่งของแคว้นสุวรรณภูมิมาตั้งแต่สมัยที่พระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดียได้เผยแพร่พุทธศาสนาเข้ามาในดินแดนแถบนี้ เมื่อราวปี พ.ศ. 218 โดยแคว้นสุวรรณภูมินี้มีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่นครปฐมหรือที่สมัยนั้นเรียกกันว่า "ทวารวดี” ราชบุรียังเป็นแหล่งพบปะของพ่อค้าวาณิชแต่ครั้งโบราณ ทั้งยังเป็นเมืองหน้าด่านที่ติดต่อกับพม่า ราชบุรีจึงเป็นดินแดนที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่สุดแห่งหนึ่ง
ห่างจากกรุงเทพมหานครเบื้องทิศตะวันตกราว 110 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของจังหวัดราชบุรี ดินแดนอันเป็นที่มาของโอ่งเคลือบลายมังกรและผ้าทอบ้านไร่หรือผ้าขาวม้าอันลือชื่อ สำหรับผู้ไม่ใช่ชาวบ้านพื้นถิ่นน้อยคนนักจะเข้าใจว่าอุตสาหกรรมเครื่องปั่นดินเผาและหัตถกรรมทอผ้าพื้นเมืองเป็นเป็นเพียงผลงานบางส่วนที่สะท้อนความหลากหลายของราชบุรีที่ฝากร่องรอยทางประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม
แท้จริงแล้วดินแดนแห่งนี้มิได้มีแค่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติเท่านั้น โอ่งลายมังกรและผ้าตีนจกยังเป็นตัวแทนที่ให้ภาพเคลื่อนไหวของวิวัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงในสังคมราชบุรีด้วยในมุมมองหนึ่ง
ในพื้นที่อันกว้างขวางใหญ่ประมาณ 5,120 ตารางกิโลเมตรของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างนี้มีแม่น้ำแม่กลองตัดผ่าน เป็นสายใยเชื่อมโยงพื้นที่ด้านตะวันออกซึ่งติดกับเขตจังหวัดสมุทรสงคราม ต่อแดนฝั่งสมุทรอ่าวไทยเข้ากับพื้นที่ตอนในอันเป็นต้นแหล่งของสายน้ำแม่กลอง
ราชบุรีเป็นเมืองในเครือข่ายสัมพันธ์ของอารยธรรมชายฝั่งทะเลสยามโดยมีเมืองโบราณคูบัวเป็นเมืองท่าติดต่อทะเลด้ เช่นเดียวกับนครปฐมหรือเมืองนครชัยศรีโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 ลงมา กล่าวได้ว่า คูบัวโดดเด่นยิ่งกว่านครชัยศรีโบราณเสียอีก เพราะมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกับเมืองเพชรบุรี (หรือพริบพรี)เลย ตลอดไปถึงเขตชะอำ (ในปัจจุบัน) อู่ทอง นครปฐม คูบัว เป็นเครือข่ายของเมืองท่าโบราณแต่ครั้งสมัยวัฒนธรรมทวารวดีเฟื่องฟู และเมืองคูบัวนั้นนับเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนามหายานที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาค
เมื่อย่างเข้าสมัยที่อาณาจักรขอมเรืองอำนาจและปรากฏศิลปะแบบลพบุรีในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นต้นไป ตัวเมืองได้โยกย้ายศูนย์กลางจากคูบัวมาตั้งใหม่ที่ราชบุรีซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก แต่สามารถตอบรับเงื่อนไขใหม่ในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนได้เหมาะสมและดีกว่า
อย่างน้อยที่สุดเมืองราชบุรีต้องเกิดขึ้นและกลายเป็นเมืองท่าชายทะเลที่สำคัญก่อนพุทธศตวรรษที่18-19 สันนิษฐานว่าคงเป็นประมาณพุทธศตวรรษที่15-16 เครื่องปั่นดินเผาห้าราชวงศ์และสมัยซ้องที่พบในท้องแม่น้ำแม่กลองและแหล่งชุมชนโบราณบางแห่ง ถือได้ว่าเป็นโบราณวัตถุที่เป็นสินค้าจากสังคมภายนอกภูมิภาค แต่บรรดาเครื่องปั่นดินเผาผลิตจากภายในพื้นภูมิภาคก็มีอยู่ไม่น้อย เช่น หม้อดินเผาคอสูง ซึ่งผู้บางท่านว่าเป็นศิลปกรรมทวารวดีตอนปลายประมาณพุทธศตวรรษที่ 17-18[4]

ทำเนียบรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
ลำดับรายนามระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง
1เจ้าพระยาราชบุรี (เสม วงศาโรจน์)พระเจ้ากรุงธน - รัชกาลที่ 1
2เจ้าพระยาราชบุรี (แสง วงศาโรจน์)รัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 2
3เจ้าพระยาราชบุรี (เนียม วงศาโรจน์)รัชกาลที่ 2 - รัชกาลที่ 3
4เจ้าพระยาราชบุรี (กลั่น วงศาโรจน์)รัชกาลที่ 3 - รัชกาลที่ 4
5พระยาอัมรินทรฤๅชัย ( กุ้ง วงศาโรจน์)รัชกาลที่ 4 - รัชกาลที่ 5
6พระยาอัมรินทรฤๅชัย (นิ่ม วงศาโรจน์)รัชกาลที่ 5 - พ.ศ. 2440
7พระยาอัมรินทรฤๅชัย (เทียน บุนนาค)พ.ศ. 2440 - 2441
8พระยาจินดารักษ์ (นุด มหานิรานนท์)พ.ศ. 2441 - 2442
9พระยาอัมรินทร์ทรฤๅชัย (จำรัส รัตนกุล)พ.ศ. 2442 - 2445
10พระยาสัจจาภิรมย์ ( ชุ่ม อรรถจินดา)พ.ศ. 2445 - 2448
11ม.จ.สฤษดิเดช ชยางกูรพ.ศ. 2448 - 2453
12พระยาประชากิจกรจักร (ทับ มหาเปารยะ)พ.ศ. 2453 - 2455
13พระยาศิริธรรมบริรักษ์ (เย็น สุวรรณปัทม์)พ.ศ. 2455 - 2458
14พระยาวิชิตสงคราม (สรวง ศรีเพ็ญ)พ.ศ. 2458 -2461
15พระยาศรีมหาเกษตร (ชวน สุนทรานนท์)พ.ศ. 2461 - 2464
16พระยาวิชิตภักดี (รอด สาริมาน)พ.ศ. 2464 - 2466
17พระยาสมุทรศักดารักษ์ ( เจิม วิเศษรัตน์)พ.ศ. 2466 - 2467
18พระยาสุนทรพิพิธ ( เชย สุนทรพิพิธ)พ.ศ. 2467 - 2468
19พระยาอรรถกวี (สงวน อรรถกวีสุนทร)พ.ศ. 2468
20พระยารามราชภักดี (ม.ล.สวาสดิ์ อิสรางกูร)พ.ศ. 2468 - 2477
21พันเอกพระยารามณรงค์ ( เสงี่ยม สุคนธรักษา)พ.ศ. 2477 - 18 มิ.ย. 2482
22พระนิกรบดี (จอน สาริกานนท์)18 มิ.ย. 2482 - 20 ม.ค. 2486
23ขุนธรรมรัตนธุรทร (ธรรมรัตน์ โรจนสุนทร)20 ม.ค. 2486 - 20 ก.ย. 2487
24นายอุดม บุญประกอบ2 พ.ย. 2487 - 12 ธ.ค. 2487
25หลวงนิคมคณารักษ์ (เทียน กำเหนิดเพชร)12 ธ.ค. 2487 - 15 ม.ค. 2488
26นายจรัส ธารีสาร5 ก.พ. 2488 - 30 มี.ค. 2488
27พระบำรุงบุรีราช (วิง สิทธิเทศานนท์)31 มี.ค. 2488 - 15 ก.ค. 2492
28ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ (สุวงศ์ วัฏฏสิงห์)2 ก.พ. 2492 - 30 ส.ค. 2493
29นายแม้น อรจันทร์1 ก.ย. 2493 - 8 ม.ค. 2494
30หลวงอรรถวิภัชน์พจนกร (กรุง อรรถวิภัชน์)1 เม.ย. 2494 - 8 ม.ค. 2495
31นายแม้น อรจันทร์8 ม.ค. 2495 - 17 ก.พ. 2501
32นายแสวง ชัยอาญา17 ก.พ. 2501 - 7 มิ.ย. 2503
33นายจันทร์ สมบูรณ์กุล20 ม.ค. 2504 - 30 ก.ย. 2510
34นายยุทธ หนุนภักดี1 ต.ค. 2510 - 30 ก.ย. 2514
35นายจำนง เทพหัสดิน ณ อยุธยา1 ต.ค. 2514 - 30 ก.ย. 2518
36ร.ต.ต. กร บุญยง1 ต.ค. 2518 - 30 ก.ย. 2519
37นายประชุม บุญประคอง1 ต.ค. 2519 - 30 ก.ย. 2520
38นายวัชระ สิงคิวิบูลย์1 ต.ค. 2520 - 8 มิ.ย. 2522
39นายปฐม สุทธิวาทนฤพุฒิ9 มิ.ย. 2522 - 10 ก.ค. 2527
40นายศักดิ์ โกไศยกานนท์10 ก.ค. 2527 - 30 ก.ย. 2531
41นายพีระ บุญจริง1 ต.ค. 2531 - 30 ก.ย. 2534
42ม.ร.ว.กำลูนเทพ เทวกุล1 ต.ค. 2534 - 30 ก.ย. 2538
43นายมานิต ศิลปอาชา1 ต.ค. 2538 - 30 ก.ย. 2542
44นายโกเมศ แดงทองดี1 ต.ค. 2542 - 30 ก.ย. 2546
45นายพลวัต ชยานุวัชร1 ต.ค. 2546 - 30 ก.ย. 2548
46นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์1 ต.ค. 2548 - 19 ต.ค. 2551
47นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล20 ต.ค. 2551 - 15 มี.ค.2552
48นายสุเทพ โกมลภมร16 มี.ค. 2552 -30 ก.ย. 2554
49นายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์28 พ.ย. 2554 -30 ก.ย. 2556
50นายนิสิต จันทร์สมวงศ์1 ต.ค. 2556

ภูมิประเทศ

  1. พื้นที่ภูเขาสูง อยู่บริเวณชายแดนด้านตะวันตกติดกับประเทศพม่า และด้านใต้ติดกับจังหวัดเพชรบุรี มีสภาพเป็นเทือกเขาสูง อุดมไปด้วยป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าไผ่ ในระดับความสูง ตั้งแต่ 200 เมตร ถึง 1,400 เมตร ในเขตอำเภอสวนผึ้ง อำเภอบ้านคา และอำเภอปากท่อด้านตะวันตก
  2. พื้นที่ราบสูง ได้แก่บริเวณถัดจากเทือกเขามาทางด้านตะวันออก กลางของพื้นที่จังหวัดป็นที่ราบสูงและที่เนินลอนลาด มีแม่น้ำภาชี และลำห้วยสาขา เป็นสายน้ำหลัก สภาพเนื้อดิน เป็นดินปนทรายมีการชะล้างพังทลายของหน้าดินค่อนข้างสูงถึงปานกลาง อยู่ในเขตอำเภอสวนผึ้ง อำเภอบ้านคา อำเภอจอมบึง และด้านตะวันตกของอำเภอปากท่อ อำเภอเมืองราชบุรี อำเภอโพธาราม และอำเภอบ้านโป่ง
  3. ที่ราบลุ่ม ได้แก่บริเวณสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง และด้านตะวันออกของพื้นที่จังหวัด เนื้อดินเป็นดินร่วนและดินร่วนปนดินเหนียว มีความอุดมสมบูรณ์ มีระบบชลประทานแม่กลอง ที่เป็นระบบชลประทานขนาดใหญ่มากด้วย
  4. ที่ราบลุ่มต่ำ ได้แก่ตอนปลายของแม่น้ำแม่กลองที่ติดต่อกับจังหวัดสมุทรสงคราม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกลางเพียง 1-2 เมตร ดินจะมีความสมบูรณ์ เหมาะแก่การทำสวนผักผลไม้[5]

ภูมิอากาศ

จังหวัดราชบุรีตั้งอยู่ในเขตที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดีย แต่การที่มีเทือกเขาตะนาวศรีบังไว้อยู่ ทำให้เป็นที่อบฝน คือ อำเภอสวนผึ้ง อำเภอบ้านคา และอำเภอจอมบึง มีฝนตกน้อยและเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีฝนตกน้อยที่สุดในประเทศ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,000-1,250 มิลลิเมตรต่อปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ27 องศาเซลเซียส สูงสุดเดือนเมษายน-พฤษภาคมประมาณ 36 องศาเซลเซียส และต่ำสุดในเดือนธันวาคม-มกราคม ประมาณ 18 องศาเซลเซียส ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน โดยตกหนักที่สุดในเดือนกันยายน และทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายนและสิงหาคมฝนส่วนใหญ่จะถูกพัดเลยไปตกในแถบลุ่มแม่น้ำแม่กลอง และด้านตะวันออกของพื้นที่จังหวัดอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 13-38 องศาเซลเซียส แต่ในฤดูหนาวบริเวณเชิงเขาหรือหุบเขาในพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง และอำเภอบ้านคาจะมีสภาพอากาศหนาวมาก เฉลี่ย 8-15 องศาเซลเซียส [5] และเป็นจังหวัดที่มีปริมาณโอโซนมากที่สุดติดอันดับของโลก

หน่วยการปกครอง

การปกครองส่วนภูมิภาคแบ่งออกเป็น 10 อำเภอ, 104 ตำบล และ 975 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง, เทศบาล 25 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 77 แห่ง
  1. อำเภอเมืองราชบุรี
  2. อำเภอจอมบึง
  3. อำเภอสวนผึ้ง
  4. อำเภอดำเนินสะดวก
  5. อำเภอบ้านโป่ง
  1. อำเภอบางแพ
  2. อำเภอโพธาราม
  3. อำเภอปากท่อ
  4. อำเภอวัดเพลง
  5. อำเภอบ้านคา
 แผนที่

ตราประจำจังหวัด


ความหมายของตราประจำจังหวัด เครื่องราชกกุธภัณฑ์ 2 อย่างคือ
ทั้งนี้ก็เพราะชื่อจังหวัดราชบุรีแปลว่า เมืองของพระราชา

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

ค้างคาวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี
  • อักษรย่อ รบ