ประวัติราชบุรี
ราชบุรี ดินแดนวัฒนธรรมลุ่มน้ำแม่กลองและสายหมอกแห่งขุนเขาตะนาวศรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางด้านตะวันตกที่มีภูมิประเทศหลากหลาย จากพื้นที่ที่ราบต่ำ ลุ่มแม่น้ำแม่กลองอันอุดม แหล่งเพาะปลูกพืชผักผลไม้เศรษฐกิจนานาชนิด สู่พื้นที่สูงทิวเทือกเขาตะนาวศรีทอดตัวยาวทางทิศตะวันตกจรดชายแดนไทย-พม่า
จากตำนานและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า ราชบุรีเป็นหัวเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมากแห่งหนึ่งของแคว้นสุวรรณภูมิมาตั้งแต่สมัยที่พระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดียได้เผยแพร่พุทธศาสนาเข้ามาในดินแดนแถบนี้ เมื่อราวปี พ.ศ. 218 โดยแคว้นสุวรรณภูมินี้มีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่นครปฐมหรือที่สมัยนั้นเรียกกันว่า "ทวารวดี” ราชบุรียังเป็นแหล่งพบปะของพ่อค้าวาณิชแต่ครั้งโบราณ ทั้งยังเป็นเมืองหน้าด่านที่ติดต่อกับพม่า ราชบุรีจึงเป็นดินแดนที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่สุดแห่งหนึ่ง
ห่างจากกรุงเทพมหานครเบื้องทิศตะวันตกราว 110 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของจังหวัดราชบุรี ดินแดนอันเป็นที่มาของโอ่งเคลือบลายมังกรและผ้าทอบ้านไร่หรือผ้าขาวม้าอันลือชื่อ สำหรับผู้ไม่ใช่ชาวบ้านพื้นถิ่นน้อยคนนักจะเข้าใจว่าอุตสาหกรรมเครื่องปั่นดินเผาและหัตถกรรมทอผ้าพื้นเมืองเป็นเป็นเพียงผลงานบางส่วนที่สะท้อนความหลากหลายของราชบุรีที่ฝากร่องรอยทางประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม
แท้จริงแล้วดินแดนแห่งนี้มิได้มีแค่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติเท่านั้น โอ่งลายมังกรและผ้าตีนจกยังเป็นตัวแทนที่ให้ภาพเคลื่อนไหวของวิวัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงในสังคมราชบุรีด้วยในมุมมองหนึ่ง
ในพื้นที่อันกว้างขวางใหญ่ประมาณ 5,120 ตารางกิโลเมตรของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างนี้มีแม่น้ำแม่กลองตัดผ่าน เป็นสายใยเชื่อมโยงพื้นที่ด้านตะวันออกซึ่งติดกับเขตจังหวัดสมุทรสงคราม ต่อแดนฝั่งสมุทรอ่าวไทยเข้ากับพื้นที่ตอนในอันเป็นต้นแหล่งของสายน้ำแม่กลอง
ราชบุรีเป็นเมืองในเครือข่ายสัมพันธ์ของอารยธรรมชายฝั่งทะเลสยามโดยมีเมืองโบราณคูบัวเป็นเมืองท่าติดต่อทะเลด้ เช่นเดียวกับนครปฐมหรือเมืองนครชัยศรีโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 ลงมา กล่าวได้ว่า คูบัวโดดเด่นยิ่งกว่านครชัยศรีโบราณเสียอีก เพราะมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกับเมืองเพชรบุรี (หรือพริบพรี)เลย ตลอดไปถึงเขตชะอำ (ในปัจจุบัน) อู่ทอง นครปฐม คูบัว เป็นเครือข่ายของเมืองท่าโบราณแต่ครั้งสมัยวัฒนธรรมทวารวดีเฟื่องฟู และเมืองคูบัวนั้นนับเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนามหายานที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาค
เมื่อย่างเข้าสมัยที่อาณาจักรขอมเรืองอำนาจและปรากฏศิลปะแบบลพบุรีในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นต้นไป ตัวเมืองได้โยกย้ายศูนย์กลางจากคูบัวมาตั้งใหม่ที่ราชบุรีซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก แต่สามารถตอบรับเงื่อนไขใหม่ในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนได้เหมาะสมและดีกว่า
อย่างน้อยที่สุดเมืองราชบุรีต้องเกิดขึ้นและกลายเป็นเมืองท่าชายทะเลที่สำคัญก่อนพุทธศตวรรษที่18-19 สันนิษฐานว่าคงเป็นประมาณพุทธศตวรรษที่15-16 เครื่องปั่นดินเผาห้าราชวงศ์และสมัยซ้องที่พบในท้องแม่น้ำแม่กลองและแหล่งชุมชนโบราณบางแห่ง ถือได้ว่าเป็นโบราณวัตถุที่เป็นสินค้าจากสังคมภายนอกภูมิภาค แต่บรรดาเครื่องปั่นดินเผาผลิตจากภายในพื้นภูมิภาคก็มีอยู่ไม่น้อย เช่น หม้อดินเผาคอสูง ซึ่งผู้บางท่านว่าเป็นศิลปกรรมทวารวดีตอนปลายประมาณพุทธศตวรรษที่ 17-18[4]
ทำเนียบรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
| รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี | ||
| ลำดับ | รายนาม | ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | เจ้าพระยาราชบุรี (เสม วงศาโรจน์) | พระเจ้ากรุงธน - รัชกาลที่ 1 |
| 2 | เจ้าพระยาราชบุรี (แสง วงศาโรจน์) | รัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 2 |
| 3 | เจ้าพระยาราชบุรี (เนียม วงศาโรจน์) | รัชกาลที่ 2 - รัชกาลที่ 3 |
| 4 | เจ้าพระยาราชบุรี (กลั่น วงศาโรจน์) | รัชกาลที่ 3 - รัชกาลที่ 4 |
| 5 | พระยาอัมรินทรฤๅชัย ( กุ้ง วงศาโรจน์) | รัชกาลที่ 4 - รัชกาลที่ 5 |
| 6 | พระยาอัมรินทรฤๅชัย (นิ่ม วงศาโรจน์) | รัชกาลที่ 5 - พ.ศ. 2440 |
| 7 | พระยาอัมรินทรฤๅชัย (เทียน บุนนาค) | พ.ศ. 2440 - 2441 |
| 8 | พระยาจินดารักษ์ (นุด มหานิรานนท์) | พ.ศ. 2441 - 2442 |
| 9 | พระยาอัมรินทร์ทรฤๅชัย (จำรัส รัตนกุล) | พ.ศ. 2442 - 2445 |
| 10 | พระยาสัจจาภิรมย์ ( ชุ่ม อรรถจินดา) | พ.ศ. 2445 - 2448 |
| 11 | ม.จ.สฤษดิเดช ชยางกูร | พ.ศ. 2448 - 2453 |
| 12 | พระยาประชากิจกรจักร (ทับ มหาเปารยะ) | พ.ศ. 2453 - 2455 |
| 13 | พระยาศิริธรรมบริรักษ์ (เย็น สุวรรณปัทม์) | พ.ศ. 2455 - 2458 |
| 14 | พระยาวิชิตสงคราม (สรวง ศรีเพ็ญ) | พ.ศ. 2458 -2461 |
| 15 | พระยาศรีมหาเกษตร (ชวน สุนทรานนท์) | พ.ศ. 2461 - 2464 |
| 16 | พระยาวิชิตภักดี (รอด สาริมาน) | พ.ศ. 2464 - 2466 |
| 17 | พระยาสมุทรศักดารักษ์ ( เจิม วิเศษรัตน์) | พ.ศ. 2466 - 2467 |
| 18 | พระยาสุนทรพิพิธ ( เชย สุนทรพิพิธ) | พ.ศ. 2467 - 2468 |
| 19 | พระยาอรรถกวี (สงวน อรรถกวีสุนทร) | พ.ศ. 2468 |
| 20 | พระยารามราชภักดี (ม.ล.สวาสดิ์ อิสรางกูร) | พ.ศ. 2468 - 2477 |
| 21 | พันเอกพระยารามณรงค์ ( เสงี่ยม สุคนธรักษา) | พ.ศ. 2477 - 18 มิ.ย. 2482 |
| 22 | พระนิกรบดี (จอน สาริกานนท์) | 18 มิ.ย. 2482 - 20 ม.ค. 2486 |
| 23 | ขุนธรรมรัตนธุรทร (ธรรมรัตน์ โรจนสุนทร) | 20 ม.ค. 2486 - 20 ก.ย. 2487 |
| 24 | นายอุดม บุญประกอบ | 2 พ.ย. 2487 - 12 ธ.ค. 2487 |
| 25 | หลวงนิคมคณารักษ์ (เทียน กำเหนิดเพชร) | 12 ธ.ค. 2487 - 15 ม.ค. 2488 |
| 26 | นายจรัส ธารีสาร | 5 ก.พ. 2488 - 30 มี.ค. 2488 |
| 27 | พระบำรุงบุรีราช (วิง สิทธิเทศานนท์) | 31 มี.ค. 2488 - 15 ก.ค. 2492 |
| 28 | ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ (สุวงศ์ วัฏฏสิงห์) | 2 ก.พ. 2492 - 30 ส.ค. 2493 |
| 29 | นายแม้น อรจันทร์ | 1 ก.ย. 2493 - 8 ม.ค. 2494 |
| 30 | หลวงอรรถวิภัชน์พจนกร (กรุง อรรถวิภัชน์) | 1 เม.ย. 2494 - 8 ม.ค. 2495 |
| 31 | นายแม้น อรจันทร์ | 8 ม.ค. 2495 - 17 ก.พ. 2501 |
| 32 | นายแสวง ชัยอาญา | 17 ก.พ. 2501 - 7 มิ.ย. 2503 |
| 33 | นายจันทร์ สมบูรณ์กุล | 20 ม.ค. 2504 - 30 ก.ย. 2510 |
| 34 | นายยุทธ หนุนภักดี | 1 ต.ค. 2510 - 30 ก.ย. 2514 |
| 35 | นายจำนง เทพหัสดิน ณ อยุธยา | 1 ต.ค. 2514 - 30 ก.ย. 2518 |
| 36 | ร.ต.ต. กร บุญยง | 1 ต.ค. 2518 - 30 ก.ย. 2519 |
| 37 | นายประชุม บุญประคอง | 1 ต.ค. 2519 - 30 ก.ย. 2520 |
| 38 | นายวัชระ สิงคิวิบูลย์ | 1 ต.ค. 2520 - 8 มิ.ย. 2522 |
| 39 | นายปฐม สุทธิวาทนฤพุฒิ | 9 มิ.ย. 2522 - 10 ก.ค. 2527 |
| 40 | นายศักดิ์ โกไศยกานนท์ | 10 ก.ค. 2527 - 30 ก.ย. 2531 |
| 41 | นายพีระ บุญจริง | 1 ต.ค. 2531 - 30 ก.ย. 2534 |
| 42 | ม.ร.ว.กำลูนเทพ เทวกุล | 1 ต.ค. 2534 - 30 ก.ย. 2538 |
| 43 | นายมานิต ศิลปอาชา | 1 ต.ค. 2538 - 30 ก.ย. 2542 |
| 44 | นายโกเมศ แดงทองดี | 1 ต.ค. 2542 - 30 ก.ย. 2546 |
| 45 | นายพลวัต ชยานุวัชร | 1 ต.ค. 2546 - 30 ก.ย. 2548 |
| 46 | นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ | 1 ต.ค. 2548 - 19 ต.ค. 2551 |
| 47 | นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล | 20 ต.ค. 2551 - 15 มี.ค.2552 |
| 48 | นายสุเทพ โกมลภมร | 16 มี.ค. 2552 -30 ก.ย. 2554 |
| 49 | นายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ | 28 พ.ย. 2554 -30 ก.ย. 2556 |
| 50 | นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ | 1 ต.ค. 2556 |
ภูมิประเทศ
- พื้นที่ภูเขาสูง อยู่บริเวณชายแดนด้านตะวันตกติดกับประเทศพม่า และด้านใต้ติดกับจังหวัดเพชรบุรี มีสภาพเป็นเทือกเขาสูง อุดมไปด้วยป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าไผ่ ในระดับความสูง ตั้งแต่ 200 เมตร ถึง 1,400 เมตร ในเขตอำเภอสวนผึ้ง อำเภอบ้านคา และอำเภอปากท่อด้านตะวันตก
- พื้นที่ราบสูง ได้แก่บริเวณถัดจากเทือกเขามาทางด้านตะวันออก กลางของพื้นที่จังหวัดป็นที่ราบสูงและที่เนินลอนลาด มีแม่น้ำภาชี และลำห้วยสาขา เป็นสายน้ำหลัก สภาพเนื้อดิน เป็นดินปนทรายมีการชะล้างพังทลายของหน้าดินค่อนข้างสูงถึงปานกลาง อยู่ในเขตอำเภอสวนผึ้ง อำเภอบ้านคา อำเภอจอมบึง และด้านตะวันตกของอำเภอปากท่อ อำเภอเมืองราชบุรี อำเภอโพธาราม และอำเภอบ้านโป่ง
- ที่ราบลุ่ม ได้แก่บริเวณสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง และด้านตะวันออกของพื้นที่จังหวัด เนื้อดินเป็นดินร่วนและดินร่วนปนดินเหนียว มีความอุดมสมบูรณ์ มีระบบชลประทานแม่กลอง ที่เป็นระบบชลประทานขนาดใหญ่มากด้วย
- ที่ราบลุ่มต่ำ ได้แก่ตอนปลายของแม่น้ำแม่กลองที่ติดต่อกับจังหวัดสมุทรสงคราม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกลางเพียง 1-2 เมตร ดินจะมีความสมบูรณ์ เหมาะแก่การทำสวนผักผลไม้[5]
ภูมิอากาศ
จังหวัดราชบุรีตั้งอยู่ในเขตที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดีย แต่การที่มีเทือกเขาตะนาวศรีบังไว้อยู่ ทำให้เป็นที่อบฝน คือ อำเภอสวนผึ้ง อำเภอบ้านคา และอำเภอจอมบึง มีฝนตกน้อยและเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีฝนตกน้อยที่สุดในประเทศ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,000-1,250 มิลลิเมตรต่อปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ27 องศาเซลเซียส สูงสุดเดือนเมษายน-พฤษภาคมประมาณ 36 องศาเซลเซียส และต่ำสุดในเดือนธันวาคม-มกราคม ประมาณ 18 องศาเซลเซียส ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน โดยตกหนักที่สุดในเดือนกันยายน และทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายนและสิงหาคมฝนส่วนใหญ่จะถูกพัดเลยไปตกในแถบลุ่มแม่น้ำแม่กลอง และด้านตะวันออกของพื้นที่จังหวัดอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 13-38 องศาเซลเซียส แต่ในฤดูหนาวบริเวณเชิงเขาหรือหุบเขาในพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง และอำเภอบ้านคาจะมีสภาพอากาศหนาวมาก เฉลี่ย 8-15 องศาเซลเซียส [5] และเป็นจังหวัดที่มีปริมาณโอโซนมากที่สุดติดอันดับของโลก
หน่วยการปกครอง
การปกครองส่วนภูมิภาคแบ่งออกเป็น 10 อำเภอ, 104 ตำบล และ 975 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง, เทศบาล 25 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 77 แห่ง
| |
ตราประจำจังหวัด
ความหมายของตราประจำจังหวัด เครื่องราชกกุธภัณฑ์ 2 อย่างคือ
ทั้งนี้ก็เพราะชื่อจังหวัดราชบุรีแปลว่า เมืองของพระราชา
|
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
- ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกกัลปพฤกษ์ (Cassia bakeriana)
- ต้นไม้ประจำจังหวัด: โมกมัน (Wrightia tomentosa)
- คำขวัญประจำจังหวัด: คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนหนังใหญ่ ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนิน เพลิน
ค้างคาวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี
- อักษรย่อ รบ